วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ทำแม่พิมพ์ฟันของตัวเอง ไม่ถึงนาที

 หลายคนคงจะงงๆกับขั้นตอนการทำแม่พิมพ์ฟัน หรือ ยางพิมพ์ฟันที่เอาไว้ใส่เจลฟอกสีฟัน
เมื่อเราซื้อชุดฟอกสีฟันกลับมาฟอกฟันด้วยตัวเองที่บ้าน
เด๋วจะลองบอกวิธีทำแม่พิมพ์ฟันของตัวเอง ราคาไม่แพง
เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะช่วยให้ประหยัดได้บ้างค่ะ


 จุ่มยางพิมพ์ฟันลงไปในน้ำร้อนต้มน้ำให้ร้อนจัด นับ 1 ถึง 10 
ยางจะมีลักษณะอ่อนตัวอย่างมาก ให้รีบนำขึ้นแล้วนำไปครอบฟัน




ใช้นิ้วกาง ยางพิมพ์ฟันให้คสามารถครอบฟันได้ ตัวยางไม่พับทับกันเอง
ใช้นิ้วช่วยกดแม่พิมพ์ให้เข้าที่


 แล้วพยายามดูยางพิมพ์ฟันให้แนบฟันมากที่สุด และใช้นิ้วช่วยกดจากด้านนอกด้วย 
นับ 1-10 นำออกจากปากแล้ว แช่น้ำเย็นเพื่อให้ยางคงรูปฟัน



หลังจากนั้น ให้ตัดส่วนที่เอาไว้จับออก 
แล้วก็เป็นอันว่าเรียบร้อยค่ะ เราได้แม่พิมพ์ฟันของเราเองแล้ว

แม่พิมพ์ฟันอย่างง่าย

แล้วจะมาเล่าขั้นตอนการใช้เจลฟอกสีฟัน อ่านต่อในบล็อกหน้านะค่ะ

                          ขอขอบคุณข้อมูลจาก Mysmile2u




วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วิธีการทำให้เค้าคนนั้นตกหลุมรักคุณ

เมื่อคุณหลงรักใครสักคน คุณก็คงอยากจะให้เค้าคนนั้นรู้สึกเช่นเดียวกันกับคุณ เราขอเสนอคำแนะนำที่น่าจะช่วยให้เค้าตกหลุมรักคนได้เช่นกัน
  1. รอยยิ้มพิชิตใจ อาวุธที่ดีที่สุดของคุณที่คุณมีอยู่เสมอ สมบูรณ์แบบและฟรีด้วย รอยยิ้มของคุณสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้ แจกรอยยิ้มบ่อยเท่าที่ทำได้ไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าคนที่คุณสนใจเป็นพิเศษ หรือคนอื่นๆ เพราะรอยยิ้มจะทำให้คุณดูเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายสบายๆและนอกจากนั้นรอยยิ้มจะช่วยทำให้คุณรู้สึกมีความสุขได้เสมอ 
    รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข 
  • คิดถึงสิ่งที่ทำให้คุณยิ้มได้  ---  หากคุณรู้สึกหดหู่ ลองคิดถึงช่วงเวลาที่มีความสุขหรือเรื่องตลกขบขันที่จะจุดประกายรอยยิ้ม เช่นคุณมีสัตว์เลี้ยงตัวโปรดหรือช่วงเวลาที่น่าจดจำ  คุณสามารถคิดถึงสิ่งเหล่านั้นให้บ่อยเท่าที่คุณต้องการ และยิ้มไปกับมัน
  • โปรดยิ้มอย่างอ่อนโยน  ---  เมื่อคุณได้สบสายตากับคนที่คุณหลงรัก ให้คุณค่อยๆ ยิ้มให้เขาอย่างช้าๆให้รอยยิ้มแสนอ่อนโยนนี้ กระจายความสุขไปทั่วใบหน้าของคุณ หากคุณเริ่มรู้สึกเขินอายและหลบสายตาเมื่อเขามองมาที่คุณ ก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้นหลังจากที่คุณได้โปรดยิ้มหวานๆไปแล้ว  –เชื่อสิว่าเค้าคนนั้นต้องหวั่นไหวบ้างละ
    ไม่ยากเกินไปเนอะ เอาละหลังจากที่เค้าคคนนั้นได้เห็นรอยยิ้มของคุณแล้ว เราก็เข้าสู่บทเรียนขั้นตอนต่อไปได้เลย

วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557

เคล็ดลับให้คุณมีรอยยิ้มฟันขาวเพอร์เฟคในวันแต่งงาน

รู้ใจว่าที่เจ้าสาวทุกคน คงไม่มีใครปฏิเสธที่จะอยากมีฟันขาว
เพื่อให้ได้รอยยิ้มที่สวยสมบูรณ์แบบที่สุด
เมื่อต้องใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวสว่างสดใสในวันแต่งงานของเธอ
 เราจะมีข้อเปรียบเทียบทันทีระหว่างสีฟันกับสีชุด
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นใดเลย คือ ความขาวของฟันของว่าที่เจ้าสาว
คนที่เด่นที่สุดในงานจะเป็นใครอื่นไม่ได้ นอกจาก เจ้าสาว จะต้องสวยทุกมุม ทุกช๊อต
เสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะทั้งวัน แถมยังต้องยิ้มสวยโชว์ฟันขาวให้ทุกสายตาของแขกที่มาในงาน

มีหลายวิธีที่จะให้มีฟันขาววิ๊งทันวันสำคัญมาฝาก
อันดับแรก
ถ้าไม่มีเวลาแล้ว ด่วนมากๆ ก็ทาสีฟันให้ขาวซะเลยสิ มีน้ำยาเคลือบฟัน มีลักษณะคล้ายยาทาเล็บเปลี่ยนฟันสีเหลืองเป็นฟันสีขาวได้ใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ต้องคอยเติมนะสารชนิดนี้ไม่ค่อยติดทนทาน มันจะอยู่ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็ต้องคอยทาตลอด เหมาะสำหรับคนที่ต้องมาเป็นเจ้าสาวเร่งด่วน

อันดับสอง
สำหรับคนที่อยากมีฟันขาวเร็วๆและไม่เกี่ยงหากต้องไปหาหมอฟันที่สำคัญเรื่องค่าใช้จ่ายทุ่มเทได้
 ขอแนะนำให้ใช้การฟอกสีฟันที่คลีนิคทำฟันเป็นการฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ราคาค่อนข้างแพง
ควรนัดแพทย์ก่อนวันแต่งงานสัก 3วันก่อนถึงวันแต่งงาน
เนื่องจากว่า การฟอกสีฟันจะขาวสว่างสดใสเมื่อทำเสร็จใหม่ๆ
พอเรามีพฤติกรรมการกินเหมือนเดิม เช่น ว่าที่เจ้าสาวชอบดื่มกาแฟมาก
 แค่เพียง 2สัปดาห์สีฟันก็จะเริ่มมีคราบเหลือง เนื่องจากเดิมกาแฟ ชา ไวน์แดง หรือสูบบุหรี่
แล้วก็ต้องรีบไปหาหมอฟันเพื่อฟอกสีฟันอีกที่อยู่ดี

อันดับสาม
ฟอกฟันขาวด้วยตัวเองที่บ้าน
ด้วยชุดฟอกสีฟันพร้อมใช้ ที่มีเจลฟอกสีฟัน แม่พิมพ์ฟัน และเครื่องฉายแสง ครบเลย
หากเลือกวิธีนี้ ว่าที่เจ้าสาวควรวางแผนการฟอกสีฟัน ไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 2สัปดาห์ เพราะเป็นวิธีที่ต้องให้เวลาหลายวันแต่มีข้อดีตรงที่ราคาไม่แพง และความขาวที่ได้จะขาวได้นานที่สุด แต่ว่าที่เจ้าสาวต้องขยันสักหน่อย วิธีนี้ต้องการความสม่ำเสมอ แต่ฟันขาวชัวร์
อวดฟันขาวของว่าที่เจ้าสาวแสนสวยได้อย่างมั่นใจสุดๆ
 
อันดับที่สี่
สำหรับคนที่มีแม่พิมพ์ฟันเป็นของตัวเองอยู่แล้ว
ซื้อแค่เจลฟอกฟันขาวชนิด คาร์บามาย เปอร์ออกไซด์ ประมาณ 10-35% มาใช้ก็ได้นะ
รับรองว่าคุณได้เป็นเจ้าสาวที่รู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัด สวยแล้วยังฉลาดด้วย 
วิธีนี้ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์เหมือนกับวิธีที่สามนะ วางแผนการฟอกสีฟันไว้ให้ดี
 
เมื่อคุณวางแผนที่จะมีฟันขาวอย่างดีแล้ว
ก็เตรียมที่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขกว่าใครได้เลย
 
ถึงเวลาที่คุณจะแบ่งปันความงดงามของช่วงเวลาแห่งความสุขนี้
ให้แก่ผู้คนที่อยู่รอบข้าง ด้วยรอยยิ้มสดใสที่เต็มไปด้วยความสุขของเจ้าสาวในแบบของคุณ
Will you marry me ?
 
 

วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2557

สารเคลือบฟันป้องกันโรคฟันผุคืออะไร จำเป็นมากไหม

วิทยาการทางอุตสาหกรรมทันตกรรมที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ช่วยให้เราสามารถป้องกันโรคฟันผุด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งในหลายประเทศสามารถควบคุมโรคฟันผุให้ ลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


วิธีป้องกันโรคฟันผุที่ได้ยินได้ฟังกันเสมอ คือ “ฟลูออไรด์” ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลลัพท์ที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังมีวิธีป้องกันโรคฟันผุอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งในที่นี้จะได้กล่าวถึง “สารเคลือบฟันป้องกันโรคฟันผุ”
ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เคลือบร่องฟันกับฟันที่เพิ่งจะงอกขึ้นมาใหม่ๆ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะที่ทำการเคลือบร่องฟันอยู่นั้น เด็กๆจะให้ความร่วมมืออย่างดี ไม่ร้องไห้หรือเจ็บปวดแต่อย่างใดเลย นอกจากนี้เมื่อทำเสร็จแล้ว ท่านอาจไม่สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงบนตัวฟันเลย จนบางท่านอาจสงสัยว่าทันตแพทย์ทำอะไรให้หรือเปล่า

เรามารู้จัก “สารเคลือบร่องฟันป้องกันฟันผุ” ดีไหม?

ฟันของเด็กที่เพิ่งงอกขึ้นมาโดยเฉพาะฟันกรามซี่แรก ซึ่งมักจะโผล่ขึ้นมาในช่องปากเมื่ออายุประมาณ 6-7 ขวบ และขึ้นต่อจากฟันน้ำนมที่มีอยู่แล้ว ในขณะที่ฟันกรามน้ำนมยังคงอยู่ จึงทำให้ผู้ปกครองบางท่านเข้าใจว่าเป็นฟันน้ำนม และขาดการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ฟันกรามถาวรซี่แรกนี้จึงมีโอกาสผุได้ง่ายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณด้านบดเคี้ยว ซึ่งฟันกรามถาวรจะมีร่องและหลุมลึก เป็นที่กักของเชื้อจุลินทรีย์และเศษอาหารให้มันเจริญเติบโต แล้วปล่อยกรดมาทำลายฟันได้ง่าย นอกจากนี้ในบริเวณร่องและหลุมฟันดังกล่าว ยังทำความสะอาดไปไม่ได้ทั่วถึง และ “ฟลูออไรด์” ก็เข้าไปป้องกันฟันผุไม่ถึงด้วย เป็นผลให้ด้านบดเคี้ยวของฟันกรามถาวรซี่แรกนี้ มีอัตราการเกิดโรคฟันผุสูงกว่าเพื่อน หลักการง่ายๆในการป้องกันฟันผุในด้านบดเคี้ยวดังกล่าว ก็คือการทำให้ร่องและหลุมฟันเหล่านี้ตื้นขึ้นมา ไม่เป็นที่สะสมของคราบจุลินทรีย์ ทำความสะอาดได้ทั่วถึง นักวิจัยทางทันตแพทยศาสตร์จึงคิดค้น “สารเคลือบร่องฟันป้องกันฟันผุ” ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโพลีเมอร์พิเศษ ที่มีคุณสมบัติเหลวและไหลเข้าร่องลึกได้ดี และจะแข็งตัวเมื่อได้รับปฏิกิริยาทางเคมีหรือได้รับแสงที่เหมาะสม แต่มีปัญหาว่าสารโพลีเมอร์นี้จะยึดติดกับชั้นเคลือบฟันได้อย่างไร จึงจะไม่หลุดออกไปเมื่อถูกแรงกระแทกจากการกินอาหารหรือการแปรงฟัน และยังต้องการให้คงสภาพอยู่บนตัวฟันได้นานเป็นปีๆ เพื่อป้องกันโรคฟันผุให้ได้ผล

ผลจากการศึกษาวิจัยเป็นเวลาหลายปี ปัจจุบัน วงการทันตแพทย์ก็ได้วิธีการที่ครอบคลุมตามความต้องการดังกล่าวได้อย่างดี โดยขั้นแรกต้องขัดและทำความสะอาดฟันที่จะเคลือบฟันให้ดี ต่อมาใช้กรดที่มีความเข้มข้นพอเหมาะกัดชั้นเคลือบฟันด้านนอกสุด ให้มีรูพรุนเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะทำหน้าที่ยึดจับสารเคลือบร่องฟันอย่างหนาแน่น และเมื่อใช้สารเคลือบร่องฟันแล้ว จะต้องไม่หนาตัวจนไปรบกวนการบดเคี้ยวตามปกติ ดังนั้นจึงดูเสมือนหนึ่งฟันปกติทุกประการเพียงแต่ร่องและหลุมฟันถูกถมให้ ตื้นขึ้นมา ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะไม่มีผลเสียต่อฟันหรือสภาวะในช่องปากแต่อย่างใด และอาจใช้กับฟันกรามซี่ใดก็ได้ที่มีร่องและหลุมลึก

วิธีป้องกันโรคฟันผุ โดยใช้สารเคลือบร่องฟันนี้จะไปเสริมการป้องกันโรคฟันผุด้วย “ฟลูออไรด์” ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในขณะนี้ แต่สารเคลือบร่องฟันยังมีข้อด้อยที่ไม่สามารถใช้กันอย่างกว้างขวางเช่นเดียว กับฟลูออไรด์ได้ เนื่องจากเวลาเคลือบต้องทำกับเด็กทีละคนและต้องให้ทันตแพทย์เป็นผู้เคลือบ ให้ เป็นการเสียเวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เป็นที่น่ายินดีว่า เนื่องจากประสิทธิภาพของสารเคลือบร่องฟันป้องกันฟันผุเป็นที่น่าพอใจมาก จึงได้มีความพยายามที่จะให้เด็กได้รับการป้องกันนี้มากขึ้น โดยได้มีการศึกษาที่จะให้ทันตบุคลากรอื่นๆ เช่น ทันตาภิบาลเป็นผู้เคลือบร่องฟันให้ ซึ่งปรากฏว่าได้ผลดีเช่นเดียวกัน และกำลังจะขยายการป้องกัน โดยจะได้ทดลองให้ครูในโรงเรียนเป็นผู้เคลือบให้โดยหวังผลให้เด็กนักเรียนทุก คน ได้รับการป้องกันโรคฟันผุด้วยสารเคลือบร่องฟันนี้อย่างเหมาะสม


Desensitizing gel หรือ Reminerizing gel
สารเคลือบฟลูออไรด์ ช่วยลดอาการเสียวฟัน ป้องกันฟันผุ
แนะนำให้ใช้หลังการฟอกสีฟัน
 อย่างไรก็ดี แม้จะใช้ “สารเคลือบร่องฟันป้องกันฟันผุ” และ “ฟลูออไรด์” เพิ่มความแข็งแกร่งต่อฟันก็ตาม ยังจะต้องไม่ลืมวิธีป้องกันโรคฟันในชีวิตประจำวันของเรา คือ การลดอาหารหวาน โดยเฉพาะลดความถี่บ่อยของการกินขนมหวาน และการทำความสะอาดฟันด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี


วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2557

เราเคยสังเกตรอยยิ้มที่เรามีในทุกวันกันบ้างไหม


ตามหลักการทาง จิตแพทย์ ได้แบ่งการยิ้มได้เป็น 3 แบบใหญ่ๆ คือ
 แบบที่1  ยิ้มเสแสร้ง

รอยยิ้มที่สร้างขึ้น โดยเจตนาจะทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดทำให้ผู้อื่นคิดว่า เรารู้สึกว่าอย่างนั้นจริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ ยิ้มเสแสร้ง คือ การเจตนาที่จะพยายามกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกในด้านดี ยิ้มเสแสร้งจะปรากฏบนใบหน้านานกว่ายิ้มจริงใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจิตหลายคนเห็นว่า การหัวเราะเป็นตัวการที่จะปลดปล่อยความตึงเครียด หรือความตื่นเต้นที่มีมากจนเกินไป การหัวเราะช่วยปรับความสมดุล ให้อยู่ในสภาวะปกติ แม้ว่าจริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ตลกเลยก็ตาม เหตุผลที่เราชอบหัวเราะอีกอย่างหนึ่งก็เพราะ เวลาหัวเราะเราต้องยิ้มก่อนและใบหน้าที่มีรอยยิ้ม ย่อมน่าดูกว่าใบหน้าบึ้งตึงดุร้าย การหัวเราะจึงเป็นอีกขั้นหนึ่ง ของการยิ้มนั่นเอง คุณสามารถยิ้มไปโดยไม่ต้องหัวเราะ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะหัวเราะโดยไม่ยิ้ม คนที่สามารถยิ้มและหัวเราะอย่างจริงใจก็เหมือนกับกำลังพูดว่า "ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรนะ ฉันเป็นมิตรนะ ฉันอยู่ข้างเธอนะ" คนที่สามารถยิ้มและหัวเราะในสถานการณ์ที่เป็นอันตรายจริงๆ นั้นก็คือ คนที่เป็นอัจฉริยะโดยแท้ เพราะเท่ากับเขากำลังพูดว่า "ฉันไม่กลัวหรอก"

แบบที่2  ยิ้มเศร้า

มนุษย์เราเป็นทุกข์เพราะเราทำตัวเองเป็นทุกข์ และเรายังทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์อีกด้วย คนที่หัวเราะมากๆ จะมีชีวิตยืนนาน คนที่มีความสุขจะมีอายุยืนกว่าคนที่อมทุกข์ การที่จะให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ จำเป็นจะต้องมีการแบ่งปัน คนที่รู้จักหัวเราะ ก็คือ คนที่รู้จักแบ่งปันนั่นเอง

แบบที่3  ยิ้มจริงใจ

ยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกที่ดีงาม ยิ้มจริงใจเป็นการแสดงความรู้สึกทางด้านบวกอย่างแท้จริงจะปรากฎขึ้น หลังจากได้รับรู้สภาวะของอารมณ์ซึ่งรวมทั้งความยินดีจากสิ่งกระตุ้น ทางตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัส อย่างรักใคร่ก็สามารถเรียกรอยยิ้ม อย่างจริงใจออกมาได้ รอยยิ้มอย่างจริงใจนี้สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อหายจากเจ็บปวดจากแรงกดดันที่อึดอัดได้เหมือนกัน ยิ้มอย่างจริงใจนี้ นอกจากจะใช้กล้ามเนื้อยิ้มตามปกติคือ กล้ามเนื้อขากรรไกรแล้ว ยังใช้กล้ามเนื้อรอบดวงตาอีกด้วย ผลของการยิ้มจริงใจทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน "ความสุข" (เอนเดอร์ฟิน) ออกมา ซึ่งฮอร์โมนนี้จะไปออกฤทธิ์ทำให้ม่านตาขยายตัว และตามีประกายของความสุขที่เราเรียกว่า "ตายิ้ม" ซึ่งตานี้เองจะแสดงออกถึงความรัก ความเป็นมิตรและความอบอุ่น  คนที่ตกหลุมรักกัน หลายคนชื่นชมประทับใจกันรอยยิ้มแรกพบ โดยเฉพาะรอยยิ้มที่จริงใจเปิดเผยไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เป็นรอยยิ้มมีเสน่ห์น่าหลงใหล ผู้พบเห็นก็มักจะยิ้มตอบ มีความสุข

ชีวิตเป็นของคุณ คุณเลือกรอยยิ้มที่มีในทุกๆวันได้ คิดดูนะค่ะ ว่าเราน่าจะมีรอยยิ้มแบบไหนเยอะๆ ผู้เขียนขอเลือกที่จะมีรอยยิ้มแบบจริงใจค่ะ ยิ้มแล้วเห็นฟันทุกซี่เลย เมื่อเรายิ้มเราอาจไม่มั่นใจสักเท่าไร เพราะอาจคิดว่าฟันเราขาวดีหรือยัง ใครๆก็อยากมี ฟันขาวเพื่อเรียกความมั่นใจเมื่อยิ้มหรือต้องพูดคุย กรือเจรจาธุรกิจ  เราจะรู้สึกมั่นใจเพิ่มขึ้นเมื่อเรารู้ว่าฟันของเราเป็นฟันที่ขาวสว่างสดใส การจะมีฟันขาวปิ๊งได้นั้นต้องเริ่มจากการดูและเรื่องการทานอาหาร  ต้องรักษาความสะอาดขูดหินปูนอย่างสม่ำเสมอ
หรือใครที่ต้องการให้ฟันขาวทันออกงาน เราอาจต้องใช้บริการคลีนิคทำฟัน หรืออาจจะเลือกที่จะซื้อชุดฟอกสีฟันมาทำเองที่บ้านจะช่วยประหยัดได้มาก

วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2557

ข้อควรปฏิบัติหลังการฟอกสีฟัน เพื่อให้ฟันขาวได้นาน2ปี

      ใครๆก็บ่นว่าพอฟอกสีฟันราคาแพงเสร็จหมอก็เตือนให้ระมัดระวังการกินการดื่ม พวกเครื่องดื่มต้องห้ามเลยคือ ชา กาแฟ 
      เราก็พยายามอดกาแฟไปเป็นอาทิตย์แต่สุดท้ายก็ตะบะแตกแหกกฎไปดื่มกาแฟเรียบร้อย ฟันก็กลับมาเหลืองอีกจนได้ ประมาณ 3อาทิตย์ฟันขาวออร่าที่ฟอกสีฟันมาด้วยราคา12,000 บาท ก็เริ่มหมองเบาเบา ยอมรับผิดที่เผลอใจไปดื่มกาแฟเตรียมใจเลยว่าต้องไปเสียเงินให้หมอฟันอีก 
        แต่ไม่นานเราก็พบว่า มีผงขัดฟันขาว (ชื่อดูน่ากลัวเนอะ) ฝรั่งเรียกว่า Teeth whitening powder ถ้าแปลเป็นไทยคือ ผงไวท์เทนนิ่ง หรือผงฟอกฟันขาว หรือ ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งชนิดผง 



        ผงขัดฟันตัวนี้มีสารประกอบเหมือนยาสีฟันแต่พิเศษกว่าเพราะมีสารฟอกสีฟันอยู่ด้วย นอกจากจะกำจัดคราบแล้วยังเคลือบฟันช่วยทำให้ฟันขาว ขจัดคราบชากาแฟที่เราทานกันเป็นประจำทุกวันได้อย่างดี  
        ส่วนประกอบสำคัญที่ผงขัดฟันมีมากกว่ายาสีฟันไวท์เทนนิ่งทั่วไป คือ สารที่ชื่อว่า High Cleaning  Silica  ( HCS)  คือ สารทำความสะอาดที่มีพลังขจัดคราบฝังแน่น ทำหน้าที่ขจัดคราบสกปรกที่เกิดจากการสูบบุหรี่และการดื่มชา ช่วยให้ฟันของคุณกลับมาขาวสดใส และสารDTS ที่ช่วยให้ฟันขาวขึ้น และปกป้องกันไม่ให้คราบกลับมาเกาะฟันได้อีก

วิธีสร้างความมั่นใจให้ตัวคุณเอง (บทความเพื่อให้กำลังใจแต่ทุกคนนะ)

1.เริ่มจากทำรายการสิ่งที่ทำให้คุณอดอัดหรือรู้สึกอายที่อยู่ภายในใจของตัวเองคืออะไร?


ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่มีสิว อ้วน ผิวคล้ำ ตัวเตี้ย ฟันไม่ขาว จนโดนเพื่อนที่โรงเรียนล้อทำให้เสียใจ หรือประสบการณ์ที่เจ็บปวดที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกไม่คู่ควรหรือด้อยค่า จงเขียนมันลงบนกระดาษ


2.พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่รู้สึกว่าไม่มั่นใจกับเพื่อน ๆและคนที่คุณรัก


พยายามลืมๆไปซะ หลายเรื่องในชีวิตต้องใช้เวลาในการแก้ไข ไม่่ได้แก้ได้ทันที พยายามเข้าใจสาเหตุของปัญหา มุ่งเน้นและเข้าใจว่าคุณจะต้องแก้ปัญหามีอะไรบ้าง ก่อนที่คุณจะไปต่อ ตรวจสอบว่ามันเป็นแค่อารมณ์ความรู้สึกที่คงค้างอยู่เป็นเรื่องเก่าและถ้าเป็นจริงยังคงที่เกี่ยวข้องหรือใช้ในชีวิตของคุณในวันนี้ และไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องได้รับการกำจัดสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดี (หลายครั้งคุณก็ไม่สามารถ) คุณต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับตัวเองที่ผ่านมาสถานการณ์ของคุณโดยไม่จำเป็นต้องคิดว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเป็น "เรื่องที่เลวร้าย"บางอย่างเป็นบทเรียนเพื่อให้เราเข้มแข็งขึ้น สามารถฝ่าฟันอุปสรรคได้ในอนาคต



3.โปรดจำไว้ว่า ในโลกนี้ไม่มีใครที่เกิดมามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบหรอกนะ


แม้คนที่มีความมั่นใจสูงส่งก็ยังมีความอ่อนไหวในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแน่นอน ในชีวิตของเราบางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่าเราขาดบางสิ่งบางอย่าง นั่นคือความสัจธรรมของความจริง จงเรียนรู้ว่าชีวิตคนเรานั้นเหมือนพื้นถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อมากมาย และความรู้สึกไม่มั่นคงจะมาๆและไปๆขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเป็น คนที่เราอยู่ใกล้ อารมณ์ของเราช่วงนั้น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะะนั้น หรือพูดอีกอย่างได้ว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน


4.
Identify your successes. Everyone is good at something, so discover the things at which you excel, then focus on your talents. Give yourself permission to take pride in them. Give yourself credit for your successes. Inferiority is a state of mind in which you've declared yourself a victim. Do not allow yourself to be victimized. Express yourself, whether it's through art, music, writing, etc. Find something you enjoy. Everyone is born with talents and strengths. You can develop and excel in yours. If it's difficult to name two or three things you have some ability in or just plain love to do, think about things others do that you would like to do too and take some lessons or join an enthusiasts club. When you're following your passion, not only will it have a therapeutic effect, but you'll feel unique and accomplished, all of which can help build your self confidence. Plus, adding a variety of interests to your life will not only make you more confident, but it will increase your chances of meeting compatible friends!
ระบุความสำเร็จของคุณ ทุกคนเป็นคนดีที่บางสิ่งบางอย่างเพื่อให้ค้นพบสิ่งที่คุณเก่งแล้วมุ่งเน้นไปที่ความสามารถของคุณ ให้ตัวเองได้รับอนุญาตให้มีความภาคภูมิใจในตัวเขา ให้ตัวเองเครดิตสำหรับความสำเร็จของคุณ ความรู้สึกต่ำต้อยเป็นรัฐของจิตใจในการที่คุณได้ประกาศตัวเองเป็นเหยื่อ ไม่อนุญาตให้ตัวเองที่จะตกเป็นเหยื่อ แสดงตัวเองไม่ว่าจะเป็นผ่านทางศิลปะดนตรีการเขียน ฯลฯ ค้นหาสิ่งที่คุณได้ ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความสามารถและจุดแข็ง คุณสามารถพัฒนาและเก่งในของคุณ ถ้ามันเป็นเรื่องยากที่จะตั้งชื่อสองหรือสามสิ่งที่คุณมีความสามารถบางอย่างในความรักหรือเพียงธรรมดาที่จะทำคิดเกี่ยวกับคนอื่นทำในสิ่งที่คุณต้องการจะทำเกินไปและจะเรียนบางส่วนหรือเข้าร่วมสโมสรที่ชื่นชอบ เมื่อคุณทำตามความปรารถนาของคุณไม่เพียง แต่จะมีผลการรักษา แต่คุณจะรู้สึกไม่ซ้ำกันและประสบความสำเร็จซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเองของคุณ นอกจากนี้การเพิ่มความหลากหลายของผลประโยชน์กับชีวิตของคุณจะไม่เพียง แต่ทำให้คุณมั่นใจมากขึ้น แต่จะเพิ่มโอกาสของการพบปะเพื่อนฝูงกันได้!


5.Be thankful for what you have. A lot of the times, at the root of insecurity and lack of confidence is a feeling of not having enough of something, whether it's emotional validation, good luck, money, etc. By acknowledging and appreciating what you do have, you can combat the feeling of being incomplete and unsatisfied. Finding that inner peace will do wonders for your confidence.
จะขอบคุณสำหรับสิ่งที่คุณมี หลายครั้งที่รากของความไม่มั่นคงและขาดความมั่นใจคือความรู้สึกของการที่ไม่ได้มีเพียงพอของบางสิ่งบางอย่างไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบอารมณ์ความโชคดี, เงิน, ฯลฯ โดยการยอมรับและเห็นคุณค่าของสิ่งที่คุณมีคุณสามารถต่อสู้ ความรู้สึกของการไม่สมบูรณ์และไม่พอใจ พบว่าสันติสุขภายในจะทำสิ่งมหัศจรรย์สำหรับความมั่นใจของคุณ